15 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ ไม่ให้หมดไว

17 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้สมาร์ทโฟน Android ของคุณ วิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้!

ทุกวันนี้หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวนมากต่างต้องลำบากพกแบตเตอรี่สำรอง หรือ Power Bank ติดตัวกันแทบทุกคน เพราะสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบันที่มักจะมาพร้อมกับฟีเจอร์แบบจัดเต็ม ต้องอาศัยพลังงานที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้แบตเตอรี่หมดไว และส่วนมากหากใช้งานตลอดเวลาก็มักจะอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งวันเสียด้วยซ้ำ แต่ข่าวดีก็คือวันพรุ่งนี้คุณอาจจะไม่ต้องลำบากพก Power Bank ให้หนักกระเป๋าอีกต่อไป เพราะวันนี้ทางทีมงาน thaimobilecenter มีบทความดีๆ มานำเสนอเกี่ยวกับ 17 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้สมาร์ทโฟน Android ของคุณ จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปติดตามชมกันได้เลยครับ


1. สมาร์ทโฟนของคุณ ไม่จำเป็นต้อง "สมาร์ท" ตลอดเวลา

ควรจะปิดฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่จำเป็นบ้าง เพื่อช่วยรักษาพลังงานแบตเตอรี่ เว้นเสียแต่ว่าคุณจำเป็นต้องใช้งานฟีเจอร์นั้นๆ เป็นประจำ "ทุกวัน"


2. หาฟีเจอร์ Battery Saving ให้เจอ

สมาร์ทโฟน และ ROM แต่ละรุ่น จะใช้ชื่อฟีเจอร์นี้ไม่เหมือนกัน โดยผู้ใช้ต้องหาระบบนี้ให้พบแล้วเปิดใช้งาน เพราะส่วนมากสมาร์ทโฟนที่เปิดใช้งานระบบนี้ หากใช้งานในลักษณะเดียวกันจะสูญเสียพลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าเครื่องที่ไม่ได้เปิดใช้งาน

3. ตั้งค่าความสว่างของหน้าจอเอง

จงอย่าใช้การตั้งค่าความสว่างของหน้าจอแบบ auto brightness ถึงแม้ว่ามันอาจจะฟังดูดี แต่การตั้งค่าแบบ auto นั้นจะทำให้หน้าจอของคุณมีแสงสว่างมากกว่าที่คุณต้องการ ดังนั้นคุณควรจะตั้งค่าความสว่างไว้ในระดับที่ใช้แล้วสบายตา และปรับให้สว่างมากขึ้นเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น จึงจะสามารถช่วยรักษาพลังงานไว้ได้ เพราะหน้าจอสมาร์ทโฟนถือเป็นตัวสูบพลังงานชั้นดีเลยทีเดียว

4. ปิดหน้าจอเร็ว เซฟพลังงานมากขึ้น

ตั้งค่าการปิดหน้าจออัตโนมัติให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ลองคิดดูเล่นๆ ถ้าหากคุณตั้งค่าการปิดหน้าจออัตโนมัติไว้ที่ 1 นาที มันจะใช้พลังงานมากกว่าการตั้งไว้ที่ 15 วินาทีถึง 4 เท่า! มีผลการศึกษาชี้แจงว่า โดยเฉลี่ยแล้วสมาร์ทโฟนจะถูกเปิดหน้าจอประมาณ 150 ครั้งต่อวัน ดังนั้นถ้าหากคุณลดจำนวนครั้งลงได้ หรือปิดหน้าจอให้เร็วขึ้น ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกมาก

5. พื้นหลังสีดำช่วยคุณได้

ถ้าสมาร์ทโฟนของคุณใช้จอภาพ AMOLED การใช้ภาพพื้นหลังสีดำจะสามารถรักษาพลังงานแบตเตอรี่ไว้ได้มาก เพราะจอภาพ AMOLED จะแสดงผลเพียงสีต่างๆ เท่านั้น ถ้าหากว่าเป็นภาพสีดำ จอภาพ AMOLED ก็จะไม่ผลิตแสงออกมา หากภาพยิ่งดำมากเท่าไหร่ พลังงานที่ใช้ก็จะยิ่งลดน้อยลงไปด้วย

6. ใช้ธีมสีดำ

การใช้ธีมหรือพื้นหลังสีดำ จะยิ่งช่วยรักษาพลังงานแบตเตอรี่ของคุณไว้ได้มากเช่นเดียวกัน (ถ้าคุณใช้สมาร์ทโฟนแบบจอภาพ AMOLED) โดยในเวอร์ชั่นแรกของ Android M สำหรับนักพัฒนาได้ปรากฏฟังก์ชั่นการเลือกธีมได้ และมีให้เลือกทั้งแบบ Light หรือ Dark แต่ต่อมาภายหลังกลับถูกถอดออกไป

7. ปิดฟีเจอร์ "Ok Google"

แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะทำให้คุณสนุกสนานไปกับความฉลาดของสมาร์ทโฟน หรือระบบของคุณ แต่สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาคือ พลังงานจะลดลงไปอย่างรวดเร็วถ้าคุณใช้ฟีเจอร์นี้ตลอดเวลา (ไม่กดโทรศัพท์ แต่ใช้การพูดอย่างเดียว) หากคุณใช้ฟีเจอร์นี้แค่บางครั้ง หรือไม่ได้ใช้เลยก็ลองปิดฟีเจอร์นี้บ้าง

8. ใช้การแจ้งเตือนในหน้าจอล็อคสกรีน

วิธีนี้จะช่วยประหยัดพลังงานให้คุณได้ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจอภาพ AMOLED เพราะว่าคุณสามารถเห็นการแจ้งเตือนในหน้าจอได้ โดยที่ไม่ต้องเปิดหน้าจอขึ้นมาทั้งหมด ซึ่งช่วยได้มากเวลาที่คุณมีการแจ้งเตือนเข้ามาเยอะ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องติดตามทุกอัน โดยฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนผ่านหน้าจอล็อคสกรีนนี้จะมาใน Android Lollipop

แต่ถ้าคุณใช้ Android KitKat ลองใช้ Widget หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่สามารถแสดงการแจ้งเตือนในหน้าจอล็อคสกรีนได้ โดยที่ไม่ต้องปลดล็อคเพื่อเปิดหน้าจอทั้งหมดแล้วอ่านทีละข้อความ

9. ปิดระบบสั่นบ้าง

เช่น การสั่นเมื่อโทรเข้า เพราะมันจะใช้พลังงานมากกว่าการทำให้มีเสียง (เสียงเรียกเข้า) หรือ ปิดระบบการสั่นเวลาพิมพ์ด้วยเช่นกัน

10. ใช้แบตเตอรี่ของแท้เท่านั้น

ควรจะใช้แบตเตอรี่ของแท้จากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยี่ห้อนั้นๆ หรือหากเป็นยี่ห้ออื่นก็ต้องมาจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ นอกจากจะเป็นการรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้ว ยังช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากแบตเตอรี่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานด้วย


11. ลองใช้โหมด "Do Not Disturb" หรือ "Sleep" ดูบ้าง

หากคุณปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตรงเวลา และรู้ว่าเวลาไหนที่คุณจะไม่ใช้มือถือของคุณแล้ว ลองใช้สองโหมดนี้ดูบ้างเพื่อปิดสัญญาณ Wi-Fi และสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ หรือในขณะที่คุณกำลังประชุมหรือทำงาน คุณก็อาจจะตั้งค่าปิดระบบสั่น ปิดเสียง หรือการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตขณะที่คุณยังไม่เสร็จธุระ ซึ่งส่วนมากสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นมักจะมีโหมดนี้มาให้เพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ แต่ไม่ค่อยมีใครได้ใช้มากนัก

12. ไม่จำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลา

ปิดระบบ GPS, Bluetooth, NFC, Wi-Fi หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้าง ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้น แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ตลอดเวลา (เช่น ที่บ้าน หรือที่ทำงาน) ลองตั้งค่าเป็น "Always on during sleep" ซึ่งจะใช้พลังงานน้อยกว่าที่จะต้อง reconnect ทุกครั้งเมื่อเปิดหน้าจอ

13. อย่าเพลิดเพลินกับเหล่า Widget

สมาร์ทโฟนของผู้ใช้บางคน เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาจะพบกับ Widget เต็มไปหมดในทุกๆ หน้าจอ และมักอ้างว่าจำเป็นต้องใช้ ซึ่งถ้าจำเป็นต้องใช้ก็อาจไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าใส่เพื่อความสวยงามอย่างเดียว อยากให้ลองทบทวนดูใหม่ เพราะ Widget เหล่านี้ใช้พลังงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ Widget ที่ต้องออนไลน์ หรืออัพเดตตลอดเวลา เช่น สภาพอากาศ, ทวิตเตอร์ หรือ Gmail หากคุณไม่ได้ใช้ตลอดเวลา ให้เปลี่ยนเป็นการกดเข้าแอปในเวลาที่ต้องการดีกว่า

14. อย่าลืมที่จะอัพเดตแอปพลิเคชัน

แอปพลิเคชันต่างๆ จะแจ้งเตือนการอัพเดตอยู่บ่อยครั้งจนผู้ใช้บางคนอาจรู้สึกรำคาญ แต่สาเหตุหลักของการอัพเดตแอปก็คือเรื่อง ขนาดไฟล์ และแก้ปัญหาด้านพลังงาน การที่คุณอัพเดตแอปนั้นจึงเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันก็ควรจะลบแอปที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไปบ้าง โดยเฉพาะแอปที่ทำงานตลอดเวลา (running background process) เพราะจะเปลือง RAM และพลังงานแบตเตอรี่

15. อย่าเปิดการอัพเดตอัตโนมัติ

ถ้าคุณเผลอเปิดการอัพเดตอัตโนมัติ สิ่งที่คุณต้องเสียไปนอกจากพลังงานแบตเตอรี่แล้ว คุณจะเสียค่า Cellular Data ด้วย (นอกเสียจากคุณต่อ Wi-Fi ทั้งวัน) ซึ่งไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง ดังนั้นหากคุณจะอัพเดตแอป ให้คุณเข้าไปกดอัพเดตในเวลาที่คุณสะดวก และพร้อมจะดีกว่า

banner-simvip-1  banner-simvip-2
banner-sim-vip-1
banner-sim-vip-2